1.1.11

posted on 02 Jan 2011 06:16 by pae-december
 
ผมเชื่อมาตลอดว่าเลข 1 คือเลขนำโชค
เคยมีคนบอกผมว่าถ้าเราหันไปเจอนาฬิกาเวลา 11.11
ให้เราขอพรและเราจะสมหวัง
เชื่อไหม ทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่จริง แต่ผมก็แอบภาวนาทุกครั้งที่เห็น
 
วันนี้เป็นวันที่ 1.1.11
วันเริ่มต้นปีดีๆ
ขอให้ทุกคนมีความสุขและพบเจอกับสิ่งดีๆ
เป็นปีที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะนะครับ : )
 
 
 


ยังคงคิดถึงและเข้าไปอ่านสารทุกข์สุขดิบของทุกคนเป็นครั้งคราว
ส่วนผมสบายดี... ให้ของขวัญวันเกิดตัวเองโดยการไปเที่ยวมาครับ
สวยไหม? อยากให้มาเห็นด้วยตา เพราะมันสวยจริงๆ
 
 
 
สวัสดีปีใหม่ครับ : )
 
 
 
 
 
 
 
 

Here we are...

posted on 12 Feb 2010 08:17 by pae-december

 

Here I am with you,

in the center of the universe...

 

Photobucket

 We said goodbye and then we meet again for good...

 

Photobucket

London wouldn't be this beautiful if you aren't there.

 

 

 

Hope you all are doing fine.

Enjoy the moment of life.

Feel the love from the world.

All the best : )

 

32 December without you

posted on 07 Jan 2010 02:44 by pae-december

 

ไม่รู้อะไรมาดลใจ ทำให้ผมเดินเข้าออกโรง 32 ธันวา อีกครั้ง...

ครั้งแรกที่ไปดูก็เผื่อจะหาคำตอบว่า ทำไมต้อง '32 ธันวา' ?

 

และคำตอบที่ได้คือ..."สมมุติว่าวันนี้เป็นวันที่ 32 ธันวา ของเรา"

 

มนุษย์ผูกตัวเองติดอยู่กับวันเวลาในปฎิทิน บางทีถ้าเราเลิกยึดติด

ชีวิตคงไม่มีคำว่าสาย ถ้าใครอีกคนยังพร้อมที่จะรอ

ความรัก ทำให้เราเห็นว่าวันและเวลาที่มีค่า ใช่ว่าจะอยู่แต่บนนาฬิกาหรือปฎิทิน

มันอยู่ที่ใจต่างหาก และตัวเราเองนั่นแหละที่เป็นคนกำหนดเวลาของเราเอง

 

จำได้ว่าวันนั้นเธอหัวเราะและมีความสุขไปหนัง

ความเศร้าที่ต้องจากกันมันอยู่ข้างใน

ผมได้แต่ยิ้ม เธอเองก็ยิ้ม

เราลากันด้วยรอยยิ้ม

 

Photobucket

The moment before you left, captured by Guang

 

แต่การเข้าไปดูมันอีกครั้ง... คงเป็นเพราะผมคิดถึงเธอ

การเห็นสายป่านในบทของ 'เมย์' ทำให้ผมคิดถึงเมย์ของผม

การพูดจาหรือแม้แต่ลักษณะนิสัยที่ถอดกันมา ต่างกันก็แต่เมย์ของผมสวยกว่า : )

ผมกับตัวละคร 'โน๊ต' ถึงแม้เราจะสูญเสียความทรงจำเหมือนกัน

ผมไม่ได้แค่ลืมว่าเค้ารักใครและใครรักเค้า ผมสูญเสียเสี้ยวความทรงจำนึงของชีวิต

แต่สิ่งที่ได้กลับมาเหมือนกันสำหรับผมและโน๊ตคือ การได้เห็นคุณค่าของคนที่อยู่ใกล้ตัว

ความรักที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ความต่างของคำว่า 'ดีพอ' กับ 'พอดี'

คนเราใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อตามหาคนที่ดีพอ

แต่ลืมไปว่าสุดท้ายแล้วเราเองอาจจะไม่ได้ดีพอสำหรับเขาเช่นกัน

คนที่พอดีกับเรานั่นแหละ ที่จะเป็นเหมือนจิ๊กซอว์ที่ต่อติดก่อร่างเป็นความรักที่พอดี...

 

........................................................................................

บทวิเคราะห์ 32 ธันวา (ใครยังไม่ได้ดูข้ามไปนะครับ)

 

32 ธันวา เป็นหนังรักตลกๆ ที่ใส่ใจรายละเอียด ซึ่งหาได้ยากกับหนังตลกในปัจจุบัน

มุขที่ใช้เป็นมุขที่เราใช้กันบ้านๆ แต่ถูกนำเสนอออกมาได้อย่างลงตัว

ในฐานะครีเอทีฟ ผมชอบนะกับมุขตลกแบบนี้

 

สำหรับผมที่เป็นคนคิดโน่นคิดนี่อยู่ตลอด การนั่งได้นั่งดูหนังเรื่องนี้อีกครั้ง

ทำให้ผมได้เห็นอะไรหลายๆอย่างที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความตลก

หนังไม่ได้มีดีแค่สร้างเสียงหัวเราะหรือรอยยิ้ม

แต่มาพร้อมข้อคิดคำคมที่ถูกเรียบเรียงอย่างชาญฉลาด

แม้แต่ใน symbolic ที่แอบซ่อนเรื่องราวบางอย่าง ที่อาจไม่มีใครได้สังเกตุ

 

ตัวละครของหนุ่มที่ผ่านไปผ่านมาไม่กี่ฉาก อาจจะดูไม่สำคัญเท่าไหร่

แต่ผมเห็นความจำเป็นของตัวละครตัวนี้นะ

หนุ่มเป็นผู้ชายที่เปรียบเสมือน ชายในฝัน ของใครหลายคนๆ

ตัวละครตัวนี้ถูกสร้างให้เป็นคู่แข่งกับโน๊ตและต๊อด ที่ถูกขนานนามว่าเป็น 'ผู้ชายหลั่นล้า'

หนุ่มทำให้เราเห็นว่า คนที่ดีพอ ก็ไม่ใช่คนที่ถูกเลือกเสมอไป...

 

การกระทำของตัวละครที่ว่า...

ทำไมไม่โจถึงต้องจดคำต่างๆลงสมุดโน๊ตตลอดเวลา?

ผมว่า สมุดโน๊ตของโจ เปรียบเสมือนเพื่อนที่ไม่มีชีวิต

การถูกล้อเลียนจากเพื่อน ทำให้เค้าไม่กล้าที่จะคบกับใคร

สมุดโน๊ต จึงเป็นเหมือนเพื่อนคู่คิดและที่ระบายของเค้า

จนวันนึงเค้าก็ได้พบกับ 'โน๊ต' เพื่อนคู่คิดที่มีตัวตน

จะว่าไปแล้วมันก็คล้ายๆผมนะ...ผมระบายความคิดของตัวเองผ่าน blog

และมันก็ทำให้ผมได้พบมิตรภาพดีๆจากคนที่นี่ :)

 

ทำไมโจถึงต้องใส่แต่เสื้อลายขวางและมักจะอายทุกครั้งที่โดนเปิดพุง?

เชื่อไหม ผมว่ามัน link กันอยู่นะ

คนอ้วนหลายๆคน คงไม่มีใครอยากเกิดมาอ้วน

หรืออยากที่จะโชว์พุงให้ชาวบ้านเห็นหรอกครับ 

การใส่เสื้อลายขวางมันทำให้คนเราดูอ้วนหรือบวมกว่าปกติอยู่แล้ว

ผมเชิื่อว่าการที่ตัวละครตัวนี้เลือกที่จะใส่แต่เสื้อลายขวาง

น่าจะเป็นเพราะเค้าอยากจะโทษที่เสื้อมากกว่าจะยอมรับว่าตัวเองนั้นอ้วน

 

อาการละเมอของโน๊ตที่หัวเราะ ร้องไห้ และสะดุ้งตื่นพร้อมพูดว่า "อย่าเพิ่ง"

ผมเชื่อว่าเขาละเมอถึงเรื่องของเมย์ ร้องไห้เสียใจที่เมย์กำลังจะหมั้น

และการสะดุ้งขึ้นมาเพื่อจะบอกว่า อย่าเพิ่งหมั้น

การฝันและการละเมอไม่เหมือนกัน ฝันคือสิ่งที่เราสามารถมองเห็นได้และจดจำได้

แต่การละเมอนั้น มันมาเมื่อยามเราไร้ซึ่งสติ...

และนี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้โน๊ตไม่รู้ซะทีว่าใครคือคนที่เค้าตามหา

 

เรื่องความรักกับความเชื่อถูกถ่ายทอดผ่าน การพยากรณ์ของหมอดู ที่ดูดวงด้วยการกอด

ทำไมต้องเป็นการกอด?

คำตอบง่ายๆคือ สังเกตุจากนิสัยคนที่ชอบดูดวง

คนเหล่านี้มักจะไม่มีความมั่นใจในตนเอง จึงมักแสวงหาที่พึ่งทางจิตใจ

ผมเชื่อว่าการกอด มีความหมายแฝงเป็นนัยคือมันทำให้คนเรารู้สึกใกล้ชิดกันมากขึ้น

และการที่เราจะกอดกับใครซักคน คนๆนั้นคงต้องเป็นคนที่เราพร้อมจะเปิดเผยเรื่องของเรากับเขาด้วย

 

ในหนังยังบอกเราอีกว่า...เชื่อว่าถ้าเรามองเข้าไปในกระจกสีม่วงเราจะมองเห็นคนที่รักและรักเรา

สีม่วง คือ สีหม้าย หรือสีที่ผ่านความรักไปแล้ว

กระจกสีม่วงเป็นอีกหนึ่งตัวแทนของคนที่ผ่านประสบการณ์ความรักมาแล้ว

มองเห็นและเข้าใจอย่างถ่องแท้ และตัวแม่หมอดูเองก็ถูกแต่งการด้วยชุดโทนสีม่วง...

เพราะฉะนั้นมันจึงไม่แปลกเลยที่เราจะสามารถมองเห็น ความรักและปมปัญหา

ทะลุปรุโปร่งผ่านกระจกสีม่วงหรือคนที่ผ่านความรักมาก่อนเรา

 

สิ่งของในเรื่องเช่น Post it ก็เป็นสิ่งที่เล่าเรื่องราวได้ดีทีเดียว

คนเรามักไม่กล้าที่จะพูดแต่กล้าที่เขียน และคนบางคนไม่กล้าที่จะฟังแต่กล้าที่จะอ่าน

Post-it เป็นกระดาษเล็กๆที่มีพื้นที่จำกัด เพราะฉะนั้นเราจึงมักจะเขียนเฉพาะสิ่งที่เราอยากจะพูด

คำสั้นๆที่ได้ใจความแต่แฝงไปด้วยความหมาย...

 

ทั้งหมดทั้งมวลไม่รู้ว่าสิ่งที่ผมคิดจะเหมือนอย่างที่ผู้กำกับคิดไว้ไหม

บางทีผมอาจจะเพ้อและคิดมากไป

แต่มันก็ทำให้ผมพิสูจน์ได้ว่าหนังเรื่องนี้มันไม่ได้ถูกคิดมาเพียงเพื่อความบันเทิง

แต่ยังมีปริศนาและข้อคิดต่างๆให้เราสามารถนำมาคิดและปฎิบัติ

ผมเชื่อเสมอว่าสาระมันมีอยูู่ในหนังทุกเรื่องแหละครับ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะหามันเจอรึเปล่าเท่านั้นเอง

ดีใจที่เห็นการพัฒนาอีกก้าวนึงในหนังตลกไทยครับ

.................................................................................................

 

Can you remember this?...............It was our first date.

 

ถึงแม้ว่าสุดท้าย ผมกับเธอ ไม่ได้มี 'วันที่ 32 ธันวา' ร่วมกัน

แต่ผมก็เชื่อว่าซักวันมันคงจะมี 'วันของเรา'

 

คิดถึงเสมอนะ...

 

ธันวา

posted on 31 Dec 2009 02:56 by pae-december

 

เพิ่งกลับมาถึงบ้าน...

พาเธอไปดู '32 ธันวา'

เดินออกจากโรงหนังด้วยความรู้สึก...หัวเราะทั้งน้ำตา!

ไม่เคยดูหนังรักตลกๆ ที่ทำให้อินได้ขนาดนี้

หรือนี่อาจเป็นเพราะ '32 ธันวา' จะเป็นหนังเรื่องสุดท้ายของปีนี้ ที่เราจะได้ดูด้วยกัน

และไม่รู้ว่าเราจะได้ไปดูหนังด้วยกัน...อีกเมื่อไหร่

 

ไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา เราเพิ่งได้ฉลองวันเกิดของผมด้วยกัน

เวลาที่เหลืออีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า คงให้เธอได้อยู่กับครอบครัว

 

I don't know if you are going to come and read it but...

May, here's a song for you na ka

 

 

 

I found this song right after I arrived home. Eventhough we always make laugh of Mr.Dan and all these pop music artists. But this song came right into my mind, when I heard it in the movie. It made me think of you. It made me look into myself and realized how stupid I was to never have you in my eyes. The past few months with you is unforgettable. If I have one wish, I wish that I will never lost memory again. I want to have you here in my heart and my mind always... I'm not going to ask you to stay. I know your future and dream are far more important than anything and all I want is to see you happy. All best to you...and remember, I'm always your Thunwa na ka.

8 letters 3 words

December

 

 

หนังสนุกมากๆครับ เดี๋ยวไว้จะมาเล่า

มีหลายอย่างของหนังที่ทำให้ผมอึ้งและช๊อคมากๆ

ใครไปดูแล้วลองมาทายดูนะครับ ว่าอะไรที่ทำให้ผมตกใจขนาดนั้น ฮ่าๆ

 

เธอกำลังจะออกเดินทางเวลาเที่ยงคืน ของวันที่ 31

นั่นมันตอนคน countdown เลยนะ 

ขอเครื่องบิน delay ไปนานๆเลยด้วยเถิด...

 

 

สุดท้ายนี้...

สวัสดีปีใหม่ครับ ขอให้ทุกท่านพบเจอแต่เรื่องราวดีๆ

มีความสุขและใช้ชีวิตในทุกๆวันอย่างมีค่าและทำให้เกิดค่านะครับ

เจอกันปีหน้าฟ้าใหม่ครับ : )

 

 

 

 

 

 

 

Life along the river

posted on 27 Dec 2009 19:00 by pae-december

 

ชีวิตท่ามกลางสายน้ำ...

เราอาจจะถูกพัดพาให้ลอยไกลออกไป

มีคนบอกว่าสายน้ำไม่เคยไหลย้อนกลับ

แต่ถ้าจะคิดในอีกทาง น้ำในแม่น้ำไหลผ่านไป...แต่แม่น้ำแต่ละสายยังเชื่อมต่อกัน

ทำให้เรายังมีความหวังว่า...สักวันเราอาจจะได้ไหลผ่านมายังที่เดิมอีกครั้ง

ชีวิตที่มีอะไรทำให้พลัดพราก ตราบใดที่เรายังอยู่บนพื้นดินเดียวกัน

เชื่อว่าสักวันเราต้องกลับมาพบกัน...

 

 

เมื่อวานไปเที่ยวอัมพวากับเธอและเพื่อนๆมาครับ

ไปได้ง่ายและอยู่ใกล้ๆ

วิถีชาวบ้านและความสวยงามยังมีอยู่ให้เห็น

มีหลากหลายสถานที่และวิถีริมแม่น้ำให้เราได้ชื่นชม

ไปถึงอัมพวาก็บ่ายสี่โมงแล้วครับ สิ่งแรกที่ทำคือนั่งเรือเที่ยววัดต่างๆ

อยากให้เธอได้ทำบุญไหว้พระ ก่อนจะเดินทางไกล

แต่กลับเซงตัวเอง เพราะดันไปเสี่ยงทาย ยกช้าง

แล้วยกไม่ขึ้น... แต่อย่างนั้นก็เถอะ การเชื่อตัวเอง มันดีที่สุดแล้วไม่ใช่หรอ?

จะสำเร็จไม่สำเร็จ แต่อย่างน้อยก็ยังได้ทำ!

 

Unseen Thailand...วัดบางกุ้ง

 

สวยแปลกตาดีครับ แต่คนเยอะมากทำให้ความน่าอัศจรรย์ลดลงไปเยอะ

ด้วยเพราะอะไรต่างๆบังเต็มหน้าโบสถ์ไปหมด

บางทีถ้าปล่อยว่างโล่ง เป็นสถานที่ให้เราเข้าไปสักการะธรรมดา แล้วไม่ใช่ใช้ศาสนามาหาเงิน

อาจจะทำให้สิ่งที่ธรรมชาติหรือสิ่งเหนือธรรมชาติสร้างขึ้น ดูมีคุณค่ามากกว่านี้อีกหลายร้อยเท่า

 

ริมฝั่งแม่น้ำกับต้นลำพูและบ้านไม้

 

การนั่งเรือก็เพลินดีเหมือนกัน ทิวทัศน์สวยงาม

ผมชอบบ้านไม้ริมแม่น้ำครับ วันไหนมีเวลาคงได้หาโอกาสไปค้างบ้านพักโฮมสเตย์

บรรยากาศตอนเช้าคงดีไม่น้อย


สะพานแคว้นของชาวบ้าน...

 

บรรยากาศบนเรือ


พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ขากลับจากวัดบางแคน้อยมุ่งสู่ตลาดน้ำอัมพวา

 

สถานีสุดท้าย...ตลาดน้ำอัมพวา

 

ตลาดน้ำอัมพวา อาหารและของกินเล่นหลากหลาย

อร่อยๆทั้งนั้นครับ ราคาก็ไม่แพง ผมแทบจะกลิ้งกลับบ้านได้

ใครว่างก็ลองไปดูครับ เป็นที่ใกล้ๆกรุงเทพที่มาได้ง่ายๆ

น่ามาเที่ยวและน่าประทับใจครับ

 

 

ได้เห็นป้ายโฆษณา 2 อันนี้อยู่บนทางด่วน

อันบนบอกให้เราร่วมเฉลิมนับถอยหลังสู่ปีใหม่ไปพร้อมๆกันในวันที่ 31 ธันวา

ส่วนอันล่างบอกให้เราถามคนเรารักและตัวเราเองว่า

เธอรักชั้นเพราะชั้นดีพอ หรือ พอดี?

แต่สิ่งที่สะดุดให้ผมมองคือคำว่า 32 ธันวา ต่างหาก

จำได้ว่าเคยคอมเม้นท์ไว้ใน blog ของคุณเกี๊ยง Freeda กับคุณแต Moship

ว่าอยากจะให้มีวันที่ 32 ธันวา และต่อไปอีกเรื่อยๆ

อยากรู้ว่าทำไมถึงต้องเป็น 32 ธันวา? 

แต่อย่างไรก็ตามภาพยนตร์เรื่อง 32 ธันวา ก็ฉายวันที่ 31 ธันวาอยู่ดี

ถ้ามันฉายวันที่ 32 ธันวา คงดีไม่น้อย...เพราะอย่างน้อยผมก็ได้อยู่กับเธอเพิ่มอีก 1 วัน

 

 

32 ธันวา... จะมีทางเกิดขึ้นไหมครับ?